Google Tag Manager » Google Tag Manager คืออะไร ใช้งานอย่างไร ทำไมต้องมี!

Google Tag Manager คืออะไร ใช้งานอย่างไร ทำไมต้องมี!

15 March 2020
1971   0

Google Tag Manager คืออะไร

นักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจที่คิดทำเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน มักเคยได้ยิน Google Tag Manager หรือ GTM ใช่ไหมครับ หลายคนคงสงสัยว่า Google Tag Manager คืออะไร แล้วทำไมคนทำเว็บไซต์จำเป็นต้องติดตั้งด้วย

จริง ๆ แล้ว ผมเคยเขียนเรื่องนี้มาก่อน แต่วันนี้อยากจะมารีแคปอีกรอบ โดยบทความนี้จะเป็นการสรุปเนื้อหาพื้นฐานและความรู้การใช้ Google Tag Manager ฉบับพร้อมใช้งานจริง มาให้ไว้ที่นี่ครับ

Google Tag Manager คืออะไร ?

ก่อนอื่น มาทำความรู้จักกันครับว่า Tag คืออะไร จริง ๆ แล้ว Tag ก็คือโค้ดชนิดหนึ่งที่ใช้ติดตั้งในหน้าเพจเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ครับ ซึ่งช่วยเก็บข้อมูล ติดตาม และวัดผลการทำงานของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันนั้น ๆ Tag ที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ก็หนีไม่พ้น Facebook Pixel หรือ Google Analytics โดยมี Trigger คอยกำกับว่า Tag จะทำงานเมื่อ user เข้าไปที่หน้าเพจใด กดปุ่มไหน หรืออยู่ตรงส่วนไหนของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

แล้ว Google Tag Manager จะเกี่ยวข้องอย่างไร จะเข้ามาทำหน้าที่ตอนไหน ?

เมื่อเราสร้างเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันขึ้นมาอย่างหนึ่ง แน่นอนว่าต้องการวัดประสิทธิภาพของแคมเปญใช่ไหมครับ Tag คือตัวชี้วัดผลลัพธ์นั้นครับ แต่ว่าเราไม่ได้ติด Tag แค่ตัวเดียว เพราะในการทำแคมเปญแต่ละครั้ง ทุกคนย่อมวางแผนทำการตลาดออนไลน์หลายช่องทางอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสื่ิอโซเชียลหรือ Search Engines โดย Facebook Pixel, Google Analytics, หรือ Code Remarketing ล้วนเป็น Tag พื้นฐานที่เราต้องติดตั้งไว้อยู่แล้ว

Google Tag Manager จะเข้ามามีบทบาทตรงนี้ครับ

หากนิยามความหมายของ Tool ตัวนี้ Google Tag Manager หรือ GTM คือ เครื่องมือจัดการและติดตั้ง Tag หรือโค้ดต่าง ๆ ในหน้าเพจเว็บไซต์หน้าใดหน้าหนึ่งหรือทั้งหมด ช่วยให้เราเข้าใช้งานได้ง่าย สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะทางเหมือนโปรแกรมเมอร์มืออาชีพครับ

ถ้าถามว่าใช้ Google Tag Manager แตกต่างจากการไม่ใช้อย่างไร ลองมาดูภาพข้างล่างนี้ เปรียบเทียบกันดูครับ

เปรียบเทียบการมี Google Tag Manager กับไม่มี

ด้านซ้ายคือเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ติด tag ต่าง ๆ โดยไม่ได้ใช้ Google Tag Manager ส่วนด้านขวาติดตั้ง Google Tag Manager ไว้ จะเห็นได้ว่า Google Tag Manager เปรียบเหมือน Container Tag เป็นกล่องที่ช่วยจัดเรียง ติดตั้ง และตรวจสอบโค้ดหรือ Tag ได้แม่นยำและรวดเร็วด้วยตัวเอง


Google Tag Manager ดีอย่างไร ?

การติด Code โดยไม่ใช้ Google Tag Manager

เอาล่ะครับ คราวนี้มาดูกันว่าทำไมเราต้องติดตั้ง Google Tag Manager ในเว็บไซต์ ผมมีเหตุผลดี ๆ มาไขข้อข้องใจนี้ครับ

1. ติดตามผลง่ายขึ้น

อย่างที่บอกไปว่า Google Tag Manager เปรียบเสมือน box ที่รวบรวมและจัดเรียงโค้ดหรือ Tag ต่าง ๆ ให้อยู่เป็นระเบียบก่อนติดตั้งในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน เมื่อนำไปติดตั้งแล้ว ก็จะทำงานได้ทันที รวมทั้ง Tracking ได้ง่ายขึ้น

2. ใช้งานสะดวก

Google Tag Manager ถูกออกแบบฟังก์ชันและ interface ให้เข้ากับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป โดยเราสามารถตั้งค่า tag ได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องรู้โค้ดมากมายเหมือนมืออาชีพ หรือติดตั้งและปรับเปลี่ยนโค้ดตัวอื่นเพิ่มเติมให้ยุ่งยากครับ

3. ประหยัดเวลา

เราสามารถเตรียมโค้ดหรือ Tag ต่าง ๆ ที่จะใช้ติดตั้งในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน โดยไม่ต้องรอให้เว็บไซต์เสร็จก็ได้ครับ แถมเวลาจะแก้ไขหรือตรวจสอบโค้ด ก็สามารถทำได้เองทันที ไม่จำเป็นต้องปรึกษาโปรแกรมเมอร์

4. ประยุกต์ใช้หลากหลาย

เครื่องมือนี้ถือเป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดออนไลน์ จำเป็นต้องเรียนรู้ไว้เลยนะครับ เพราะเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับแคมเปญออนไลน์ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายสินค้าหรือบริการ ตรวจสอบพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมาย ติดตามการใช้งานของลูกค้า เพื่อนำมาวิเคราะห์และต่อยอดแผนการตลาดต่อไป

5. ทำงานมีประสิทธิภาพ

ประสิทธิภาพการทำงานของ Google Tag Manager ช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น เพราะ Google Tag Manager จะจัดการโค้ดต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่บรรจุข้อมูลมหาศาลหรือแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ เพราะเราสามารถเพิ่มหรือนำโค้ดออกจากแดชบอร์ดเองได้เลย


Google Tag Manager ทำงานอย่างไร ?

การสร้างและใข้งาน Google Tag Manager นั้นไม่มีอะไรซับซ้อนมากครับ โดยผมจะแนะนำและอธิบายขั้นตอนการติดตั้ง GTM ให้คุณตั้งแต่เริ่มต้นไปทีละขั้นนะครับ โดยคุณสามารถเปิดทำตามไปได้เลย

สร้าง account และ container

วิธีการสร้าง Account  ของ Google Tag Manager

เริ่มแรกไปที่เว็บไซต์ tagmanager.google.com และสร้าง Account ใช้งานขึ้นมาครับ โดยกรอกชื่อบริษัทหรือแบรนด์ตัวเองที่จะใช้เป็นชื่อเว็บไซต์สำหรับติด Google Tag Manager ครับ เพื่อเซ็ตค่าต่าง ๆ หรือ Container ดังนี้

  • ใส่ domain name ของเราเป็น container name ครับ
  • เลือกประเภทของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่จะใช้ติด GTM ซึ่งกำหนดได้ว่าจะเป็น iOS หรือ Android ก็ได้ จากนั้นคลิก ‘Create’
เลือกประเภทของการติดตั้ง Google Tag Manager
  • กดยอมรับเงื่อนไขต่าง ๆ จากนั้นเราจะได้รับโค้ดครับ
Script ติดตั้ง Google Tag Manager
  • ติดตั้งโค้ดที่ได้มา และเริ่มสร้าง Tag ได้เลย แนะนำว่าควรวางแผนก่อนนะครับว่าเราจะติด Tag อะไรในเว็บหรือแอปของเราบ้าง เพราะการกำหนดจำนวน tag ขั้นต่ำในการติดตั้งบนเว็บไซต์จะช่วยให้เราจัดการกับ tag เหล่านั้นได้ง่ายขึ้นกว่าการติดไปเรื่อยเปื่อยครับ

วิธีการสร้าง Tag ใน Google Tag Manager

เมื่อสร้าง container แล้ว เราจะมาเริ่มสร้าง Tag กันต่อครับ โดยเราจะเห็นแดชบอร์ดของ GTM ซึ่งรวบรวมสรรพสิ่งต่าง ๆ ไว้ในหน้านี้ เราจะเริ่มสร้าง Tag โดยคลิกที่ Add a New Tag เพื่อเปิดหน้าใหม่และสร้าง tag ต่อไป ดังนี้

  • ตั้งชื่อ tag เฉพาะ ให้จดจำได้ง่ายและชัดเจน โดยใช้สูตร 

ประเภท Tag – รายละเอียด – สถานที่

เช่น เราตั้งใจติดตั้ง Google Analytics สำหรับเก็บข้อมูลการกรอกฟอร์มในหน้า Contact Us ของเว็บไซต์ ก็อาจตั้งชื่อ tag นี้ตามสูตร จะได้เป็น GA – Form Submissions – Contact Us

  • เลือก ‘Tag Configuration’ จากนั้น เราจะได้เทมเพลตรายชื่อ tag ต่าง ๆ ซึ่งรวมไปถึง tag ที่ใช้บ่อยด้วย โดยคลิกรายชื่อ tag ที่ตรงความต้องการ หากไม่มีอยู่ในรายชื่ิอ ให้สร้างเอง โดยคลิก ‘Custom HTML’ เพื่อใส่โค้ดลงไป
การใช้ Google Tag Manager ติดตั้ง Google Analytics
  • คลิก ‘Triggering’ เริ่มสร้าง trigger หากเรามี trigger ที่สร้างไว้อยู่แล้ว อาจเลือกจากรายชื่อมาเลยก็ได้ครับ แต่ถ้าจะสร้างใหม่ให้คลิกเครื่องหมาย + ที่อยู่มุมขวาบนของหน้าต่าง
การใช้งาน trigger ใน Google Tag Manager
  • กลับมาที่ ‘Tag Configuration’ ให้คลิกเลือก trigger ตรง Track Type
  • เมื่อได้ tag และ trigger แล้ว ให้บันทึกเก็บไว้ โดยเราสามารถกดพรีวิวและสร้าง tag อื่น ๆ ก่อนจะนำไปใช้งานจริงต่อไป

ตรวจสอบและใช้งาน Tag ต่างๆ

ขั้นตอนนี้จะเป็นการทดสอบว่า tag ที่สร้างขึ้นมานั้นใช้งานได้จริงหรือไม่ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยออกมา หากติด bug หรือเกิดปัญหาขัดข้องก็จะได้รู้และแก้ไขทันที ซึ่งทำได้ ดังนี้

  • คลิกปุ่ม ‘Preview’ ตรงมุมขวาบนของแดชบอร์ด เพื่อพรีวิวภาพรวมทั้งหมด
  • เปิดหน้าเพจที่ติดตั้ง tag นั้นไว้ หรือกดรีเฟรชกรณีที่เปิดหน้าเว็บนั้นค้างไว้อยู่ก่อนแล้ว จากนั้นจะมี panel ที่ชื่อว่า ‘Debug’ ปรากฏขึ้นมาตรงด้านล่างของหน้าจอ
  • panel จะปรากฏข้อมูลต่าง ๆ มากมายครับ สิ่งที่ต้องโฟกัสเลยคือดูว่ามี events 3 อย่าง ปรากฏอยู่หรือไม่ ได้แก่ Page View, DOM Ready, Window Loaded หากขาดหายตัวใดตัวหนึ่งไป ต้องกลับไปจัดการแก้ไขใหม่ครับ
  • คลิกดู events ของ tag อื่น ๆ ให้ครบ ตรวจสอบดูว่าทำงานได้ปกติหรือไม่
  • เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยและเห็นว่าพร้อมปล่อยใช้งานจริงแล้ว ให้ไปที่แดชบอร์ด คลิกปุ่ม ‘Submit’ ด้านบนขวา ใส่ชื่อและ description ของ container เพื่อ publish

Google Tag Manager ต้องใช้เมื่อไหร่ กับเคสแบบไหน ?

มาถึงตอนนี้ หลายคนอาจยังไม่แน่ใจ ว่าจริง ๆ แล้ว เราควรติด Google Tag Manager ดีหรือไม่ เอาเป็นว่า ผมได้ลองสรุปเคสที่ควรติดตั้ง GTM มาไว้ให้แล้ว ลองดูกันครับว่าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของคุณควรใช้ GTM หรือเปล่า

1. Tags เยอะมาก

หากเราจำเป็นต้องใช้โค้ดหรือ Tag หลายตัวในการติดตามผลการทำงานของเว็บไซต์แอปพลิเคชันอยู่แล้ว แนะนำว่าควรใช้ Google Tag Manager ครับ เพราะจะช่วยให้คุณเพิ่มหรือปรับเปลี่ยน tag ใหม่ ๆ เข้ามาไว้ในแดชบอร์ดได้เองเลยครับ

ส่วนกรณีที่ติดเฉพาะ Facebook Pixel กับ Google Analytics ก็ควรใช้ GTM ด้วยนะครับ ถึงแม้จะดูไม่ได้ติดตั้งโค้ดอะไรมากมายในตอนนี้ ก็อาจต้องเพิ่ม tag อื่นเข้ามาแน่นอนครับ

2. เก็บทุก Events บนเว็บไซต์

หากเราชอบบันทึกหรือเก็บ Events ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ เกี่ยวกับ Google Analytics แล้วนั้น แนะนำว่าควรติด Google Tag Manager ครับ เพราะผมเชื่อว่า คุณต้องเก็บ Events ไปเรื่อย ๆ และเมื่อมีเยอะขึ้น ๆ การมี GTM จะช่วยให้คุณจัดระเบียบสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นครับ

3. อัปเกรดเว็บไซต์

ถ้าเราทำเว็บไซต์อยู่แล้วแต่ไม่เคยติดตั้ง GTM มาก่อน ช่วงที่อัปเกรด Google Analytics Tracking Code ถือเป็นช่วงเวลาดีที่จะติดตั้ง Google Tag Manager ครับ โดยติดตั้ง Universal Analytics ผ่าน GTM ครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับบทความนี้ ก็เป็นเหมือนรีแคปเฉพาะกิจเน้นสรุปเนื้อหาสำคัญของ Google Tag Manager ที่อยากให้คุณเห็นภาพรวมทั้งหมดก่อน รวมทั้งนำเทคนิคเบื้องต้นในการติดตั้งและใช้งาน GTM มาทดลองแบบเร่งด่วน

เพราะการตลาดออนไลน์มีมากกว่าการขายของ แต่ยังอาศัยกลยุทธ์การดึงดูด จูงใจ ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีประยุกต์เข้ามาใช้งานจริงครับ โดยเครื่องมือ Google Tag Manager ก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกและวางแผนทำการตลาดภาพรวมของธุรกิจให้ดีขึ้นครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก https://nerdoptimize.com/what-is-google-tag-manager/